ทำสวนในตารางฟุตและ Vertical Garden

บทความนี้เล่าเรื่องราวการทดลองใช้ aMG Plant Buddy ของบริษัท เอมเมจิน จำกัด ควบคุมการรดน้ำอัตโนมัติ ในการทำสวนผักปลอดสารแนวตั้ง (Vertical Garden) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้หลักการของการปลูกพืชแบบ “ทำสวนในตารางฟุต” หรือ Square Foot Gardening ซึ่งเป็นแนวคิดมาจาก หนังสือ Square Foot Gardening โดยคุณ Mel Bartholomew (อ่านบางส่วนได้ที่นี่)

ทำไมจึงสนใจหลักการในหนังสือเล่มนี้

1. แนะนำแนวคิดใหม่สำหรับผมที่ไม่เคยรู้เรื่องปลูกต้นไม้มาก่อนเลย (จริงๆ แล้ววิธีการนี้ได้ถูกคิดค้นตั้งแต่ ค.ศ.1976) โดยมีสิ่งที่น่าสนใจที่สำคัญ คือ

  • เน้นการปลูกพืชทานเองที่บ้าน
  • ดูแลง่าย
  • ใช้พื้นที่น้อย
  • ใช้แรงงานน้อย
  • ใช้ทุนน้อย

จึงเหมาะสำหรับคนเมือง ที่มีพื้นที่จำกัด มีเวลาน้อย แต่ต้องการปลูกผักกินเองที่บ้าน

2. เชื่อถือได้โดยดูจากเป็นหนังสือขายดีลำดับหนึ่ง ใน amazon.com เกี่ยวกับการปลูกผัก และมี Reviews เกือบห้าดาว ณ เวลาที่เขียนบทความนี้กว่า 1668 Reviews

Square Foot Gardening Book on Amazon.com

Square Foot Gardening Book on Amazon.com

3. หลักการและวิธีการฟังดูสมเหตุสมผล โดยผสมผสานกับสวนแนวดิ่ง (Vertical Garden)

หมายเหตุ
นอกจากสรุปหลักการที่ให้ไว้ในตำรา ซึ่ง สภาพ/วัสดุ อาจหาง่ายและเหมาะกับประเทศสหรัฐ ทีม เอมเมจิน ได้ให้ข้อมูลแนวคิด แหล่งวัสดุที่หาง่ายในบ้านเรา และผลการทดสอบ จนถึงปัจจุบัน ด้วยครับ

ผลลัพธ์

หลักการ

1. กรอบกล่องการปลูก 4 ฟุต x 4 ฟุต

ระยะแขนคนทั่วไปยาวไม่เกิน 2 ฟุต (60 ซ.ม.) ดังนั้นจึงออกแบบกรอบพื้นที่ปลูกให้อยู่ในพื้นที่ 4 ตารางฟุต เพื่อที่เมื่อสามารถเดินรอบกรอบพื้นที่ปลูกได้ ก็ยังสามารถเข้าถึงต้นไม้ได้สะดวกทุกต้น แบบที่นำเสนอในหนังสือMel ใช้ไม้สร้างกรอบการปลูก สูงประมาณ 8 นิ้ว เพื่อให้สามารถบรรจุวัสดุปลูกสูง 6 นิ้ว

 

กล่อง 4 ฟุต x 4 ฟุต เมื่อพร้อมปลูก

กล่อง 4 ฟุต x 4 ฟุต เมื่อพร้อมปลูก

สำหรับสภาพแบบไทยๆ ทีมงาน เอมเมจิน ได้ทดลองใช้อิฐประสานแล้ว พบว่าใช้ได้ดีเลย เพราะหนึ่งก้อนมีขนาดยาว 10, 20 และ 30 ซม. ให้เลือก แต่ละก้อนสูง 4 นิ้ว ใช้ซ้อนกันสองชั้นได้ความสูง 8 นิ้วก็สามารถเติมวัสดุปลูก สูง 6 นิ้วได้สบายๆ ราคาไม่แพง (8 – 14 บาทต่อก้อนขึ้นอยู่กับขนาดและร้าน) การก่อก็ง่าย ไม่จำเป็นต้องฉาบปูนก็แข็งแรง โดยวางซ้อนกันเหลื่อมกันตามความยาวเพื่อให้แข็งแรง อิฐประสานมีให้เลือกแบบผิวเรียบสำหรับด้านบนด้วย ในภาพที่เห็น ได้ใช้อิฐประสาน 30 ซม. เป็นส่วนใหญ่ ผสมกับก้อน 10 ซม. และ 20 ซม. เล็กน้อย เพื่อให้มีความยาวที่สามารถไขว้เหลื่อมกันได้ และเนื่องจากพื้นที่ติดกำแพงเลยทำยาวออกมา 2 ฟุต (อิฐประสาน 30 ซม. สองก้อนต่อกันพอดี) เพื่อให้เข้าถึงด้านหลังได้ง่ายตามหลักการ

ประยุกต์ใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในบ้านเรา (อิฐประสาน) ราคาไม่แพง

ประยุกต์ใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในบ้านเรา (อิฐประสาน) ราคาไม่แพง

 

เทปูนเสริมความแข็งแรง

เทปูนเสริมความแข็งแรง

ในภาพข้างบน เพื่อความแข็งแรง ทีมงานได้เทปูนเพิ่มเฉพาะในส่วนเชื่อมต่อระหว่างอิฐแต่ละก้อนเฉพาะแถวล่างแถวเดียว

พร้อมปลูก

พร้อมปลูก

2. ใช้วัสดุปลูกผสมพิเศษ (Mel’s Mix) สูง 6 นิ้วโดยการสร้างกรอบขึ้นจากพื้น แทนการขุดดินลงล่าง

ไม่ขุดดินเพื่อผสมปรับคุณภาพดินเดิม (เหนื่อยมาก เคยลองแล้ว และยากที่จะกำจัดวัชพืช โรค หรือ แมลงในดินเดิม ขนาดซื้อดินสีดา ก้ามปู ฯลฯ ที่ใส่ถุงขายทั่วไป มีทั้งวัชพืช โรค และ แมลง ไม่พึงประสงค์) แต่ใช้วิธีผสมวัสดุปลูกคุณภาพดี ประกอบด้วย

  1. Peat Moss 1 ส่วน
  2. Vermiculite 1 ส่วน
  3. Compost (ปุ๋ยหมัก) 1 ส่วน

เท่ากันโดยปริมาตร ใส่ในกรอบปลูกขึ้นมาอย่างน้อย 6 นิ้ว (สามารถสูงกว่าได้ถ้าต้องการปลูกพืชหัว เช่น แครอท)

แม้ว่า Mel’s Mix จะมีข้อดีคือ ระหว่างการปลูกแต่ละรอบการปลูก (Crop) ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเลย ไม่มีแมลง ไม่มีวัชพืชแน่นอน และใช้ซ้ำได้ยาวนาน แค่เพิ่ม Compost ต่อการปลูกใหม่แต่ละรอบการปลูก บางท่านอาจรู้สึกว่ามีค่าใช้จ่ายสูง (ประเด็นนี้ก็ขึ้นอยู่ด้วยว่า แต่ละคนตีมูลค่าสุขภาพของตนเอง และความเสี่ยงของการเจือปนของสารพิษ ยาฆ่าแมลง ฯลฯ จากการบริโภคผักที่ซื้อตามท้องตลาด มากน้อยเพียงไร) ณ ปัจจุบัน ทีมงาน ยังไม่ทราบว่าจะมีวัสดุคุณภาพดีใดที่หาได้ง่ายในประเทศแทนวัสดุปลูกเพื่อลดต้นทุนให้ต่ำยิ่งขึ้น หากมีข้อมูลเพิ่มเติมก็จะนำมาแบ่งปัน หรือมีผู้รู้ก็ยินดีรับฟังคำชี้แนะครับ

Mel's Mix (Peat Moss 1 ส่วน, Vermiculite 1 ส่วน, ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน)

Mel’s Mix (Peat Moss 1 ส่วน, Vermiculite 1 ส่วน, ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน)

เติมกล่องปลูกด้วยวัสดุปลูก (Mel's Mix) ที่เตรียมไว้

เติมกล่องปลูกด้วยวัสดุปลูก (Mel’s Mix) ที่เตรียมไว้

ในส่วนของปุ๋ยหมัก ตามตำรา คุณ Mel แนะนำให้หมักเอง แต่เนื่องจากทีมงานไม่มีเวลา ไม่มีพื้นที่ และต้องการเร็ว จึงใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ขวัญดิน อย่างเดียว (มีแบบเร่งใบ กับ เร่งดอกผล ทีมงาน ใช้ผสมอย่างละครึ่งๆ)  เพราะเชื่อว่าคุณภาพพอใช้ได้ (ตำราคุณ Mel บอกว่าถ้าซื้อปุ๋ยหมักมาใช้ ให้ซื้อมากกว่า5 ประเภท แล้วมาผสมกัน เนื่องจากปุ๋ยหมักที่ขายทั่วไปทำมาจากของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมแต่ละประเภท หากซื้อเพียงประเภทเดียวอาจมีสารอาหารไม่ครบ หากไม่หมักปุ๋ยเอง จึงให้ซื้อหลากหลายแล้วนำมาคละเอง) นอกจากปุ๋ยขวัญดินซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือมูลค้างคาว ผู้อ่านอาจเพิ่มเติม ปุ๋ยมูลไส้เดือน ด้วยก็ได้ครับ

แหล่งซื้อและวิธีคำนวณปริมาตร

แหล่งซื้อที่ถูกที่สุด (เท่าที่หาได้ ณ 24 ธ.ค.59) และมีการส่งของทางไปรษณีย์ (Vermiculite และ Peat Moss ซื้อถุงใหญ่ถูกกว่ามาก)

1 ฟุต x 1 ฟุต x 6 นิ้ว = 30 ซม. x 30 ซม.  x 15 ซม. = 13500 cc หรือ 13.5 ลิดร

ดังนั้น

  • ใช้ Vermiculite ประมาณ 13.5/3 = 4.5 ลิดร ราคาลิตรละ 7.5 บาท = 4.5 x 7.5  = 33.75 บาท / ตารางฟุต
  • ใช้ Peat Moss ประมาณ 13.5/3 = 4.5 ลิดร ราคาลิตรละ 5.6 บาท = 4.5 x 5.6  = 25.2 บาท / ตารางฟุต
  • ใช้ Compost  ประมาณ 13.5/3 = 4.5 ลิดร

รวม = 33.75 + 25.2 = (58.95 บาท + ค่าปุ๋ย + ค่าอิฐประสาน) / ตารางฟุต

3. วางแผนการปลูกทีละ 1 ตารางฟุต

หัวใจสำคัญ” ของ Square Foot Gardening คือให้พิจารณาการปลูกในพื้นที่ ทีละ 1 ตารางฟุด อาจปลูกไม้ต่างๆ สลับกันใน แต่ละตารางฟุด

แบ่งพื้นที่ออกเป็นตารางฟุต ได้ 16 ช่องละ 1 x 1 ฟุต = 1 ตารางฟุต (เพราะพื้นที่ใหญ่คือ 4 x 4 ฟุต = 16 ตารางฟุต) แต่ละช่องปลูกพืชได้ 1, 4, 9 หรือ 16 ต้นตามประเภทของพืช เช่น กะหล่ำดอก ต้นใหญ่ จึงให้ใช้ 1 ช่อง (1 ตารางฟุต) ส่วน ผักสลัด ให้ปลูก 4 ต้น ต่อ 1 ตารางฟุต

จัดสรรการแบงปลูกแต่ละตารางฟุต ตามประเภทของพืช

จัดสรรการแบงปลูกแต่ละตารางฟุต ตามประเภทของพืช

ข้อดีของการปลูกผักหลายชนิดสลับกัน คือ ลดการโจมตีของแมลงศัตรูพืช (คำอธิบายแบบง่ายๆ … เพราะแมลงจะชอบโจมตี โดยออกแรงน้อย/เหนื่อยน้อย และได้ผลมากที่สุด การปลูกอะไรซ้ำๆ ใกล้กันมากๆ แมลงไม่ต้องออกหากินไกล มาได้เป็นฝูง แต่ถ้าปลูกแต่ละประเภทสลับๆ กัน แมลงก็จะคิดว่าไม่คุ้มค่าเหนื่อย)

ประเภทของพืชและการจัดสรรพื้นที่ปลูกในแต่ละตารางฟุต

ประเภทของพืชและการจัดสรรพื้นที่ปลูกในแต่ละตารางฟุต

4. คำนวณจำนวนกล่องปลูกตามความต้องการบริโภค

หลักๆ คือ

1. พื้นที่ 16 ตารางฟุต (4 x 4 ฟุต) หรือ 1 กล่อง เพียงพอสำหรับทำสลัดทานทุกวัน สำหรับผู้ใหญ่ 1 คน ตลอดรอบการปลูก (ระหว่างปลูกใช้เด็ดใบด้านนอกของต้นสลัด ต้นละ 2 – 3 ใบ ทุกวัน แต่ผักสลัดมีอายุ เมื่อเริ่มแก่จะออกดอก ก็จะไม่เหมาะกับเด็ดทานต่อไปเพราะมีรสขม)

2. กล่องเพิ่มอีก 1 กล่อง จะทำให้มีผักอื่นๆ พอทาน อีก 1 มื้อ ต่อ ผู้ใหญ่ 1  คน

3. กล่อง เพื่อสำรอง และ ทดลองปลูกพืชพิเศษอื่นๆ

ดังนั้น อย่างน้อยที่สุด 3 กล่อง หรือใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางฟุต (คำนวณจาก 3 กล่อง x 16 ตารางฟุต / กล่อง = 48 ตารางฟุต หรือ ประมาณ 50 ตารางฟุต) ก็จะมีผักสลัด และ ผักอื่นๆ สำหรับทานได้เพียงพอต่อเนื่องสำหรับผู้ใหญ่ 1 คน

สำหรับเด็กใช้กล่อง 3 ฟุต x 3 ฟุต = 9 ตารางฟุต / กล่อง หากใช้ 3 กล่อง = 9 x 3 = 27 ตารางฟุต หรือประมาณ 30 ตารางฟุต / เด็ก 1 คน

สรุปได้ว่า เพื่อให้มีผักเพียงพอต่อการบริโภคอย่างต่อเนื่องทุกวัน ใช้สูตร

  • ผู้ใหญ่ 1 คน ใช้ 3 กล่อง (4×4 ฟุต = 16 ตารางฟุต/กล่อง x 3 กล่อง = 48 ตารางฟุต หรือประมาณ 50 ตารางฟุต / ผู้ใหญ่ 1 คน)
  • เด็ก 1 คน ใช้ 3 กล่อง (3×3 ฟุต = 9 ตารางฟุต/กล่อง x 3 กล่อง = 27 ตารางฟุต หรือประมาณ 30 ตารางฟุต / เด็ก 1 คน)
การคำนวนพื้นที่ปลูก

การคำนวนพื้นที่ปลูก

คุณ Mel ได้ระบุในตำราว่า จากผลการสำรวจพบว่า สวนปลูกผักทานตามบ้านด้วยวิธีดั่งเดิม (Single Row Garden) ในสหรัฐ ส่วนใหญ่ เฉลี่ย ต่อครอบครัวอยู่ที่ 20 ฟุต x 35 ฟุต (หรือประมาณ 6 เมตร x 10 เมตร) เท่ากับพื้นที่ 700 ตารางฟุต

หากใช้วิธี Square Foot Gardening สมมุติว่า ครอบครัวมี พ่อแม่ ลูกวัยรุ่น 1 คน ลูกเล็ก 1 คน ก็จะใช้พื้นที่รวม

ผู้ใหญ่ 3 คน x 50 ตารางฟุต / ผู้ใหญ่ 1 คน  = 150 ตารางฟุต + เด็กเล็ก 1 คน x พื้นที่ 30 ตารางฟุต / เด็กเล็ก 1 คน ดังนี้นรวมเป็นพื้นที่ 150 + 30 = 180 ตารางฟุด

วิธีของคุณ Mel จึงใช้พื้นที่เพียง 180 /700 = 26% ของวิธี Single Row Garden

สำหรับเนื้อหาหลักๆ ขอพอแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังใหม่หลังจากที่ได้ผลลัพธ์แล้วในรุ่นแรก

ติดตามความเป็นไป

การทดลองปลูกโดยใช้หลักการ Square Foot Gardening ผสมผสาน Vertical Garden และ ระบบควบคุมอัตโนมัติ aMG Plant Buddy ณ บริษัท เอมเมจิน

29 ธันวาคม 2559

สวน Zone 1 - 3

สวน Zone 1 – 3

 

สวน Zone 4 - 5

สวน Zone 4 – 5

 

การติดตั้งระบบ aMG Plant Buddy และ เดินระบบน้ำ/ไฟ

การติดตั้งระบบ aMG Plant Buddy และ เดินระบบน้ำ/ไฟ

ทำไมต้องแบ่งเป็น Zone?

เหตุผลที่ 1 ความสามารถ (ความแรง/ความดัน ขนาดท่อ ฯลฯ) ในการจ่ายน้ำของปั๊มมีจำกัด

โดยปกติ การรดน้ำด้วยระบบอัตโนมัติ จะแบ่งเป็นโซน เพราะข้อจำกัดของแรงดันน้ำของปั๊มน้ำ

ขออธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด (ขอให้นักวิชาการ Fluid Mechanics ใจเย็นๆไว้ก่อน อาจไม่ตรงทฤษฎีจ๋า แต่ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ)

สมมุติว่าปั๊มน้ำที่ใช้มีขนาด / แรงดัน / อัตราการไหลจำกัดสูงสุดคงที่ค่าหนึ่ง สมมุติเล่นๆ ว่าเป็น อัตราการไหลที่ 10 ลิตร/นาที ที่ความดัน 1 bar และ สมมุติว่าใช้หัวน้ำหยดซึ่งแต่ละหัวจ่ายน้ำถูกออกแบบไว้ให้จ่ายน้ำหยดคงที่ได้ 1 ลิตร/นาที ที่ความดัน 1 bar สมมุติอีกว่าปลูกต้นไม้ไว้ทั้งหมด 20 ต้น โดยมีหัวน้ำหยดต้นละ 1 หัว (2 ลิตร/นาที) และ ต้นไม้แต่ละต้นต้องการน้ำ 1 ลิตร ต่อ การให้น้ำหนึ่งครั้ง (1 นาที) เนื่องจากปั๊มในจินตนาการของเราสามารถจ่ายน้ำได้แค่ 10 ลิตร/นาที เท่านั้น เราจึงต้องแบ่ง การให้น้ำ 2 ครั้งๆ ละ 10 หัว เมื่อเปิดปั๊มแต่ละครั้งๆ ละ 1 นาที ต้นไม้ของเราก็จะได้น้ำตามที่ระบุคือ 1 ลิตร จริงๆ ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องแบ่งเป็นโซน 2 โซน แต่ละ โซนมี 10 หัว หรือเขียนให้เข้าใจง่ายขึ้่นได้ ดังนี้

ความสามารถในการจ่ายน้ำของปั๊มใน 1 นาที = 10 ลิตร

ความต้องการน้ำของต้นไม้ 20 ต้น x 1 ลิตร / ต้น ใน 1 นาที = 20 ลิตร (20 หัวน้ำหยด)

ดังนั้นจึงแบ่ง หัวน้ำหยดออกไปสองกลุ่ม (Zone) แต่ละกลุ่มมี 10 หัว สลับกันเปิดครั้งละ 1 นาที ก็จะสามารถจ่ายน้ำได้ตามความต้องการของต้นไม้ และ กำลังของปั๊มน้ำ

ถาม แล้วเปิดปั๊มทีเดียว 20 หัวเลยไม่ได้หรอ อาจเปิดนานกว่า 1 นาที ก็ได้

ตอบ ความดันของปั๊มน้ำอาจไม่แรงพอให้น้ำออกไปทุก 20 หัว พร้อมกัน ดังนั้นถ้าเราทำแบบนั้น หัวน้ำหยดปลายๆ สาย อาจไม่มีน้ำไหลเลยก็ได้ครับ

เหตุผลที่ 2 เพราะต้นไม้แต่และประเภทมีความต้องการน้ำไม่เหมือนกัน

ในการออกแบบ Zone ที่เห็นในภาพ พิจารณาจากสถานที่ติดตั้งและความต้องการน้ำของพืชแต่ละชนิด

เช่น Zone 1 จะได้รับแดดเต็มที่ในตอนเช้า (0800 – 1200) แต่ Zone 6 จะได้รับแดดเต็มที่ในตอนบ่าย (1200 – 1600)  แม้ว่า Zone 1 และ Zone 6 จะเป็นผักสลัดเหมือนกัน แต่ได้รับแสงแดดไม่เหมือนกัน ประกอบกับการที่ปลูกใน Mel’s Mix ซึ่งระบายน้ำดี ขณะที่เก็บความชื้นดี ในขณะที่ Zone 4 เป็นไม้ในร่ม ไม่โดนแดดมาก และ ไม่ต้องการน้ำมากเท่า จึงตั้งเวลารดน้ำ ดังนี้

Zone 1 เป็น ทุกครึ่งชั่วโมง ระหว่าง 0600 – 1200 (ได้แก่ 0600, 0630, 0700, …) และ ทุก 1 ชั่วโมง ระหว่าง 1300 – 1700 (ได้แก่ 1300, 1400, 1500, …) การรดแต่ละครั้งกำหนดไว้ที่ 15 วินาที

Zone 6 เป็น ทุก 1 ชั่วโมง ระหว่าง 0600 – 1200 (ได้แก่ 0600, 0700, 0800, …) และ ทุกครึ่งชั่วโมง ระหว่าง 1200 – 1700 (ได้แก่ 1230, 1300, 1330, …) การรดแต่ละครั้งกำหนดไว้ที่ 15 วินาที

Zone 4 รด ที่เวลา 0610, 1210, 1610 ครั้งละ 20 วินาที

ทั้งนี้เพื่อให้สัมพันธ์ปริมาณแดด ประเภทต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งการตั้งละเอียดแบบนี้ ณ ปัจจุบัน เชื่อว่ามีเพียง aMG Plant Buddy เท่านั้นที่ทำได้ (ละเอียดลงระดับวินาที และ มีจำนวน ช่วงเวลา / Zone ให้มากถึง 20 Slots) การตั้งเวลารดน้ำถึงระดับวินาทีมีข้อดีสำคัญ เหมาะอย่างยิ่งกับการปลูกพืชในกระถางหรือ Vertical Garden ซึ่งการรดแต่ละครั้ง จะใช้เวลาไม่มาก แต่ต้องการรดบ่อยๆ เพื่อให้วัสดุปลูกชุ่มอยู่ตลอดเวลา ครับ

5 มกราคม 2560

Vertical Garden ณ 22 ธ.ค.59

Vertical Garden ณ 22 ธ.ค.59

 

Vertical Garden ณ 5 ม.ค.60

Vertical Garden ณ 5 ม.ค.60

 

ต้น Rocket เมื่อ 25 ธ.ค.59 สังเหตุว่า ใส่เมล็ดเยอะเกินไป สุดท้ายก็ต้องเลือกเหลือไม่เกิน 2 ต้น บทเรียนนี้สอนให้รู้จักประหยัดเมล็ด

ต้น Rocket เมื่อ 25 ธ.ค.59 สังเหตุว่า ใส่เมล็ดเยอะเกินไป สุดท้ายก็ต้องเลือกเหลือไม่เกิน 2 ต้น บทเรียนนี้สอนให้รู้จักประหยัดเมล็ด

 

ต้น Rocket เมื่อ 5 ม.ค.60 สังเหตุว่า ตัดใจเลือกเหลือเพียง 2 ต้น

ต้น Rocket เมื่อ 5 ม.ค.60 สังเหตุว่า ตัดใจเลือกเหลือเพียง 2 ต้น

 

ต้น Rocket เมื่อ 10 ม.ค.60 โตขึ้นเร็วมาก สังเกตุว่าด้านบนโตดีกว่า (ได้รับแดดมากกว่าด้านล่าง)

ต้น Rocket เมื่อ 10 ม.ค.60 โตขึ้นเร็วมาก สังเกตุว่าด้านบนโตดีกว่า (ได้รับแดดมากกว่าด้านล่าง)

 

นำต้นอ่อนคะน้า กวางตุ้ง ผักชี ลงดิน เมื่อ 6 ม.ค.60

นำต้นอ่อนคะน้า กวางตุ้ง ผักชี ลงดิน เมื่อ 6 ม.ค.60

 

ได้ผล เก็บกินได้ทุกวัน มากว่า 3 สัปดาห์แล้ว สบายมากครับ เทคนิคคือ ตัดใบสลัด วันละ 1-3 ใบต่อต้น ให้เหลือต้นและ 2-3 ใบ และ "ห้าม" ตัดส่วนยอดเด็ดขาด ไม่งอกใบใหม่ให้ตัด แต่จะตายไปเลยครับ

18 ม.ค. 60 ได้ผล เก็บกินได้ทุกวัน มากว่า 3 สัปดาห์แล้ว สบายมากครับ เทคนิคคือ ตัดใบสลัด วันละ 1-3 ใบต่อต้น ให้เหลือต้นและ 2-3 ใบ และ “ห้าม” ตัดส่วนยอดเด็ดขาด ไม่งอกใบใหม่ให้ตัด แต่จะตายไปเลยครับ

แหล่งข้อมูล

  1. Official Square Foot Gardening Homepage
  2. Official Mel Bartholomew Homepage
  3. Squre Foot Gardening on Youtube
  4. Picture ideas for Square Foot Gardening
  5. น้อยแต่ได้มากกับสวนผักตารางฟุต: Square Foot Garden – สวนผักคนเมือง
  6. เทคนิคการปลูกพืชผักแบบ SQUARE FOOT GARDENING พื้นที่น้อยปลูกได้เยอะและได้ผลดี