เมื่อคนไม่มีเวลา (ขี้เกียจ) อยากปลูกต้นไม้ Part 2 ดูแล และเก็บเกี่ยวผักไฮโดรโปนิกส์

Contents

  20160212_12350520160212_123550

 

                                                                                            ในพาร์ทแรกเรา ได้เริ่มย้ายปลูกกันไปแล้ว เรามาเริ่มกันต่อด้วยเรื่องการดูแลรักษาผักของเรา ระหว่างที่พวกเขากำลังโตในสายละลายปุ๋ยที่เราเตรียมไว้ หลายๆ คนอาจจะคิดว่า เตรียมปุ๋ยครั้งเดียวก็ใช้ได้ตลอดการปลูกเลย ซึ่งเราก็ทำแบบนั้นได้ แต่ผักที่เราจะได้กินก็คงจะไม่สมบูรณ์ ต้นแคระแกร็น ไม่น่ากินเท่าไร การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่ดีควรรักษาสภาพ EC ของสารละลายปุ๋ยไว้ในระดับที่เหมาะสม ในที่นี้เราปลูกผักใบ EC ที่เหมาะสมคือ ประมาณ 2.3 เช็คทุกวัน พอวันไหนค่า EC เหลือแค่ 2.0 เราก็เติมปุ๋ยลงไป ค่อยๆ เติมเหมือนเดิม ค่อยๆ คนให้เข้ากันจนทั่ว พอได้ EC 2.3 ก็เป็นอันว่าใช้ได้แล้ว (วัด EC ด้วย EC Meter หาซื้อได้ไม่ยาก ลองเซิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตได้)

ดูแลแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกวัน รักเขา ใส่ใจเขา เหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง ดูแลผักของเราอย่างทะนุถนอม เพลี้ยไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม เราฉีดน้ำสารละลายน้ำส้มควันไม้ให้ผักไฮโดรโปนิกส์ทุก 3 วัน มือใหม่บ้านๆ อย่างเราก็หาฟ้อกกี้ฉีดน้ำยารีดผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาล้างให้สะอาด แล้วก็เติมน้ำส้มควันไม้ลงไป แค่นี้ก็ประหยัดค่าอุปกรณ์พ่นสารไปได้ น้ำส้มควันไม้ที่ใช้ต้องเจือจางด้วยน้ำเปล่าตามที่ฉลากเข้าระบุไว้เลย ขอย้ำนะอย่าใช้แบบเข้มข้น ผักแทนที่จะงาม จะกลับกลายเป็นตายไปได้ ใช้แต่พอดีจะเกิดประโยชน์ ถ้าเข้มข้นมากไปจะเป็นโทษได้ พอได้สารละลายแล้ว ก็ฉีดพ่นรอบๆ ทรงพุ่ม แค่นี้ก็ไม่มีพวกเพลี้ย พวกไร มาคอยกัดแทะ และดูดน้ำเลี้ยงเราไปได้อีก หรือถ้ามีก็คงน้อยมาก แต่ก็น่าจะดีกว่าการใช้สารเคมีสังเคราะห์ฉีดป้องกัน และกำจัดวัชพืชโดยตรง

20160108_111857 อีกอย่างที่ผักขาดไม่ได้เลยคือ อากาศ เพราะฉะนั้นน้ำในรางไฮโดรโปนิกส์จะต้องหมุนเวียนตลอด เราจึงจำเป็นต้องมีปั๊มดูดน้ำเพื่อส่งน้ำไปที่รางไฮโดรโปนิกส์ โดยรางนั้นจะต้องอยู่สูงกว่าถังพักน้ำปุ๋ย เวลาที่น้ำออกจากรางจะได้ไหลเข้าถังพักน้ำปุ๋ยอีกครั้ง และปั๊มดูดน้ำก็จะนำน้ำที่ไหลลงมานี้ส่งขึ้นไปที่รางไฮโดรโปนิกส์อีกครั้ง เรื่องของการเลือกปั๊มได้กล่าวไว้แล้วใน part 1

 

 

 

20160108_11183220160112_100940ไม่นานนักผักก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น จนพร้อมจะกินได้แล้ว ไม่แก่ ไม่อ่อนจนเกินไป เคล็ดลับอย่างหนึ่ง เพื่อให้ได้ผักที่ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างจนเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างเราคือ ก่อนจะเก็บล่วงหน้า 2-3 วัน ให้หยุดการให้ปุ๋ยน้ำ แล้วเปลี่ยนมาใช้การหมุนเวียนของน้ำเปล่าแทน

 

20160114_152211

 

 

20160114_152630

20160114_153744

การเก็บเกี่ยวจะให้ดีก็เก็บผักกันช่วงเช้าๆ นี่แหล่ะ อากาศได้ไม่ร้อนมาก ผักจะได้ไม่ช็อค (ไม่เหี่ยว) แต่ถ้าจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวช่วงที่อากาศร้อนจริงๆ ก็หากะละมัง หรือถังอะไรก็ได้ ใส่น้ำเย็น (อุณหภูมิห้องก็ได้ สัก 25 C) เพื่อนำมาใช้แช่ผักระหว่างที่เก็บผัก พอเก็บเสร็จก็นำไปแช่ใส่ตู้เย็นในช่องแช่ผัก และควรบรรจุผักใส่ภาชนะที่มีการระบายอากาศที่ดี แต่ต้องไม่มากเกินไปจนผักสัมผัสกับอากาศมากเกินไป จะทำให้ผักสูญเสียน้ำไปมากจนเหี่ยว และหากว่าอยากให้ผักสดเก็บได้นานเป็นสัปดาห์ แนะนำว่าอย่าเพิ่งตัดรากผักออก หากปลูกด้วยฟองน้ำให้เก็บรักษาผักทั้งๆที่มีฟองน้ำ และนำไปจุ่มน้ำจนชุ่ม แต่ถ้าวัสดุปลูกเป็นเพอมิคูไลต์ก็แนะนำให้ห่อรากด้วยฟองน้ำหรือเศษผ้าที่ชุ่มน้ำ ก่อนนำไปแช่ตู้เย็น

 

20160114_153452

 

ในที่สุดเราก็ได้ผักสลัดสดๆ เก็บไว้รับประทานเอง เหมือนที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก โดยไม่ต้องใช้เวลามากมาย ที่สำคัญเป็นผักที่เราดูแลเอง มั่นใจได้แน่นอนว่าไม่มีสารพิษตกค้าง การดูแลผักไฮโดรโปนิกส์เบื้องต้นก็มมีเท่านี้ ครั้งหน้าจะมาบอกวิธีการปลูกผักที่ประหยัดเวลาได้มากกว่านี้อีก ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย (^-^) อย่าลืมติดตามกันนะ